<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ThaiQuake</title>
	<atom:link href="http://www.thaiquake.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiquake.com</link>
	<description>ศูนย์ข้อมูลแผ่นดินไหว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Apr 2012 11:30:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.3</generator>
		<item>
		<title>อพยพด่วน! 6 จังหวัดอันดามัน หลังแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/121</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/121#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Apr 2012 10:39:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซียแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แผนดินไหวกระบี่]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวตรัง]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ระยะเวลาที่คลื่นสึนามิที่จะเดินทางถึงประเทศต่าง ๆ เกิดแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย 8.7 ริกเตอร์ สะเทือนไกลถึงภาคใต้ของไทย และตึกสูงใน กทม. ล่าสุดศูนย์เตือนภัยแปซิฟิกประกาศเตือนสึนามิแล้ว ปภ.สั่งยกอพยพ 6 จังหวัดอันดามัน ระนอง-กระบี่-สตูล-ตรัง-ภูเก็ต-พังงา วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.38 น.ที่ผ่านมา ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.7 ริกเตอร์ โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใต้ทะเลลึกราว 33 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่ง เมืองบันดาร์อาเจะห์ ของเกาะสุมาตรา ราว 434 กิโลเมตร ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ทั้งนครศรีธรรมราช ภูเก็ต &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/121">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><strong><br />
</strong><strong><img class="aligncenter" src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/News/tsunami1.jpg" border="0" alt="" /></strong>&nbsp;</p>
</div>
<div style="text-align: center;">ระยะเวลาที่คลื่นสึนามิที่จะเดินทางถึงประเทศต่าง ๆ</div>
<p><strong><br />
</strong> เกิดแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย 8.7 ริกเตอร์ สะเทือนไกลถึงภาคใต้ของไทย และตึกสูงใน กทม. ล่าสุดศูนย์เตือนภัยแปซิฟิกประกาศเตือนสึนามิแล้ว ปภ.สั่งยกอพยพ 6 จังหวัดอันดามัน ระนอง-กระบี่-สตูล-ตรัง-ภูเก็ต-พังงา</p>
<p>วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.38 น.ที่ผ่านมา ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.7 ริกเตอร์ โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใต้ทะเลลึกราว 33 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่ง เมืองบันดาร์อาเจะห์ ของเกาะสุมาตรา ราว 434 กิโลเมตร</p>
<p><span id="more-121"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ทั้งนครศรีธรรมราช ภูเก็ต พังงา ตรัง ยะลา สงขลา สามารถ รับรู้แรงสั่นสะเทือนนี้ได้ ต่างพากันตื่นตกใจกับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับคนที่อยู่บนตึกสูงในกรุงเทพมหานครก็สามารถรับรู้ถึงแรงสั่น สะเทือนได้เช่นกัน</p>
<p>ขณะที่ศูนย์เตือนภัยแปซิฟิกออกประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิไปทั่ว มหาสมุทรอินเดีย โดยในหลาย ๆ ประเทศได้มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิ และเตรียมอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประเทศบริเวณรอบมหาสมุทรอินเดียแล้ว เนื่องจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง และจุดศูนย์กลางใกล้เคียงกับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2547</p>
<p><strong><strong><img class="aligncenter" src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/News/eq2.jpg" border="0" alt="แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย" width="400" height="385" /></strong></strong></p>
<p><strong><img class="aligncenter" src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/user/patcharin/News/eq1.jpg" border="0" alt="แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย" width="400" height="449" /></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า จังหวัดภูเก็ตได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยสึนามิ จากระดับ 2 เป็นระดับ 5 แล้ว โดยประกาศอพยพประชาชนไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย โดยพบว่า ขณะนี้ระดับน้ำทะเลบริเวณหาดป่าตองเริ่มลดระดับลงแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวเร่งอพยพกันอย่างจ้าละหวั่น</p>
<p>นอกจากนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศให้ 6 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ จ.ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, สตูล, กระบี่ และตรัง อพยพประชาชนด่วน ขณะที่กระทรวงไอซีทีประกาศให้เป็นพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว โดยขณะนี้ โทรศัพท์ไม่สามารถใช้การได้</p>
<p>ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN โดยเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ทางภาคใต้ ประกอบด้วย ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง และสตูล เฝ้าระวังเหตุสึนามิ ซึ่งคาดว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และอาจพัดเข้าไทยในช่วงเย็นของวันนี้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีความสูงประมาณกี่เมตร แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเหตุแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ บริเวณเหนือเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ด้านมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถือว่าค่อนข้างแรง จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</p>
<p>ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้รับรู้ถึงประเทศไทย สิงคโปร์ ศรีลังกา อินเดีย ออสเตรเลีย เกาะมัลดีฟส์ และรอยเตอร์ส คาดว่าอาจเกิดคลื่นสึนามิสูงราว 6 เมตร เข้าซัดชายฝั่ง เมืองบันดาร์อาเจะห์ ของเกาะสุมาตรา</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/48be2683.gif" border="0" alt="" /> ศูนย์เตือนภัยพิบัติ แจ้งเตือนชายฝั่งระวังสึนามิ</p>
<p>ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกประกาศฉบับที่ 1/55 แจ้งเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 เวลา 15.38 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 8.7 ริกเตอร์ ห่างจากฝั่งทะเลอันดามันของไทย 860 กิโลเมตร โดยจากการประเมินสถานการณ์คาดว่ามีโอกาสจะเกิดคลื่นสึนามิ และ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้งเตือนหากมีสึนามิเข้าไทยจริง คาดเวลาที่จะถึงชายฝั่งประเทศไทยในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง สตูล และ ตรัง ตามเวลาดังนี้</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/ann-154.gif" border="0" alt="" /> จังหวัดระนอง บ้านทะเลนอก  เวลา 19.09 น. หาดประพาส 19.09 น. แหลมพ่อตา 19.35 น. ปากน้ำระนอง 19.09 น. หาดบางเบน 19.25 น.</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/ann-154.gif" border="0" alt="" /> จังหวัดพังงา เกาะเมียง 17.09 น. ท้ายเหมือง 18.22 น. ทับละมุ 18.20 น. เกาะคอเขา 18.27 น. เกาะพระทอง 18.36 น. คุระบุรี 18.45 น. บ้านน้ำเค็ม 18.41 น. เขาหลัก 18.46 น. แหลมปะการัง 18.46 น.</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/ann-154.gif" border="0" alt="" /> จังหวัดภูเก็ต หาดกะรน 17.39 น. หาดป่าตอง 17.39 น. บ้านท่าฉัตรไชน 17.56 น. ไนยาง 17.53 น. บางเทา 17.45 น.</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/ann-154.gif" border="0" alt="" /> จังหวัดกระบี่ หาดนพรัตน์ธารา 18.49 น. เกาะพีพี 18.33 น. เกาะลันตา 18.36 น. ปากน้ำกระบี่ 20.08 น.</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/ann-154.gif" border="0" alt="" /> จังหวัดตรัง หาดเจ้าไหม 18.36 น. กันตัง 20.38 น. หาดสำราญ 20.38 น. ปะเหลียน 19.23 น.</p>
<p><img src="http://hilightad.kapook.com/img_cms2/dookdik/ann-154.gif" border="0" alt="" /> จังหวัดสตูล เกาะตะรุเตา 19.13 น. บ้านตำมะลัง 21.14 น.</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>สายด่วนสึนามิ โทร 192</strong></span></p>
<p><strong>หน่วยงานที่ช่วยหรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแผ่นดินไหว หรือสึนามิ</p>
<p></strong>กรมอุตุนิยมวิทยา  &#8211;&gt; <a href="http://www.tmd.go.th/index.php" target="_blank">http://www.tmd.go.th/index.php</a></p>
<p>ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  &#8211;&gt; <a href="http://www.ndwc.go.th/" target="_blank">http://www.ndwc.go.th</a></p>
<p>ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติ  &#8211;&gt; <a href="http://www.tmd.go.th/NCCT/index.php" target="_blank">http://www.tmd.go.th/NCCT/index.php</a></p>
<p>Hot Line สายด่วน เรื่องดินถล่ม โทร.02-6219701 (เวลาราชการ)</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><a href="http://www.thaiquake.com/archives/121"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p style="text-align: center;">คลิป แผ่นดินไหวที่จังหวัดภูเก็ต</p>
<p><a href="http://kapook.com/" target="_blank">ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม</a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://neic.usgs.gov/neis/bulletin/neic_c000905e_l.html" target="_blank">usgs.gov</a> , <a href="http://wcatwc.arh.noaa.gov/2012/04/11/m2b40b/01/ttvum2b40b-01.jpg" target="_blank">noaa.gov</a></p>
<div><strong style="color: #000000; font-family: Georgia, 'Bitstream Charter', serif; line-height: 1.5; font-weight: bold;"><br />
</strong></div>
<div><strong style="color: #000000; font-family: Georgia, 'Bitstream Charter', serif; line-height: 1.5; font-weight: bold;"><strong style="color: #000000; font-family: Georgia, 'Bitstream Charter', serif; line-height: 1.5; font-weight: bold;"><br />
</strong></strong></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/121/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>100 DAYS OF DISASTERS &#8211; 100 วันแห่งความหายนะ</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/118</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/118#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2011 02:23:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[100 วันแห่งความหายนะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=118</guid>
		<description><![CDATA[100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 1 100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 2 100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 3 100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 4 100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 5]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 1<br />
<iframe width="560" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/XobaIAJVDu0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 2<br />
<iframe width="560" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/dFLsHczOUhU" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 3<br />
<iframe width="560" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/XeCP-kTBnI0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 4<br />
<iframe width="560" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/lGIc55Snl0U" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>100 วันแห่งความหายนะ ตอนที่ 5<br />
<iframe width="560" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/4GNJWPcgheE" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/118/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรังพบบ้านร้าว หลังเกิดแผ่นดินไหว 3.5 ริกเตอร์</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/107</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/107#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 12:07:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ตรังแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แผนดินไหวตรัง]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวที่ตรัง]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวพม่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=107</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 25 มิ.ย. เมื่อเวลา08.10 น. ชาวบ้านในหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง หลายครัวเรือนได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูรอยร้าวที่บริเวณรอบๆ ตัวบ้าน หลายจุด ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหว เมื่อเวลาประมาณ 23.42 น. ของเมื่อคืน ทั้งนี้จากการสำรวจเบื้องต้นเช้านี้พบมีบ้านของชาวบ้านในหมู่ที่ 3 เกิดรอยร้าวจำนวน 1 หลัง หมู่ที่ 8 จำนวน 5 หลัง ขณะที่ชาวบ้านระบุว่ายังมีบ้านเรือนชาวบ้านในหมู่ที่ 7 อีกหลายหลังที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าว นางบี้ ร่าเหม อายุ 60ปี อยู่ที่ 61 หมู่ 3 &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/107">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><iframe width="425" height="349" src="http://www.youtube.com/embed/nbtWLe0uLW0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></center></p>
<p>วันที่ 25 มิ.ย. เมื่อเวลา08.10 น. ชาวบ้านในหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง หลายครัวเรือนได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูรอยร้าวที่บริเวณรอบๆ ตัวบ้าน หลายจุด ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหว เมื่อเวลาประมาณ 23.42 น. ของเมื่อคืน ทั้งนี้จากการสำรวจเบื้องต้นเช้านี้พบมีบ้านของชาวบ้านในหมู่ที่ 3 เกิดรอยร้าวจำนวน 1 หลัง หมู่ที่ 8 จำนวน 5 หลัง ขณะที่ชาวบ้านระบุว่ายังมีบ้านเรือนชาวบ้านในหมู่ที่ 7 อีกหลายหลังที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าว</p>
<p>นางบี้ ร่าเหม อายุ 60ปี อยู่ที่ 61 หมู่ 3 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง เล่าเมื่อเมื่อช่วง ห้าทุ่มกว่าๆของเมือคืน ขณะกำลังนอนหลับ ได้ยินเสียงดังโครมคราม แต่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงแผ่นดินไหว เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ในพื้นที่มาก่อน จึงไมได้ลุกขึ้นมาดู จนรุ่งเช้า ก็พบว่าที่ฝาบ้านหลายจุด มีรอยร้าวเกิดขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงอีกหลายหลัง</p>
<p>อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 00.30น. เมื่อคืนที่ผ่านมาสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว  ได้ออกประกาศเรื่องแผ่นดินไหวมีจุดศูนย์กลางที่บริเวณอำเภอหาดสำราญจังหวัดตรัง ที่ละติจูด 7.29 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.57องศาตะวันออก ขนาด 3.5 ริกเตอร์ เบื้องต้นได้รับรายงานแจ้งรู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่ อ.กันตัง อ.ย่านตาขาว และ อ.เมือง</p>
<p>ทางด้านนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง กล่าวว่า ทราบข่าวแผ่นดินไหวเมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว เวลาประมาณ 23.00น.เศษ เช้านี้ก็ได้สั่งการให้ ป้องภัยฝ่ายพลเรือนออกทำการสำรวจว่า มีบ้านเรือนหรือทรัพย์สินอะไรได้รับความเสียหายบ้าง แผ่นดินไหวในครั้งนี้สามารถรับรู้ได้ เพราะเกิดในพื้นที่จังหวัดตรัง แต่ขนาด 3.5 ริกเตอร์เท่านั้น</p>
<p>ทางด้าน องค์การบริหารส่วนตำบลควนปริง ออกสำรวจความเสียหายบ้านเรือนของชาวบ้านแล้วในขณะนี้ หลังจากที่พบว่ามีบ้านเรือนหลายหลังที่เป็นบ้านชั้นเดียวฝาผนังบ้านร้าว อนึ่งแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ประชาชนชาวตรังรู้สึกได้ แต่ส่วนมากไม่มีใครทราบ</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.springnewstv.tv/th/news/detail.php?gid=4&amp;id=7513" target="_blank">http://www.springnewstv.tv/th/news/detail.php?gid=4&amp;id=7513</a></p>
<p>วันที่ 26 มิถุนายน <strong>แผ่นดินไหว &#8220;พม่า&#8221; 4.9 ริกเตอร์ ห่างแม่ฮ่องสอน</strong></p>
<p>ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งว่า เมื่อเวลา 06.40 น. ของวันนี้ (26 มิ.ย.) เกิดแผ่นดินไหวบนบกขนาด 4.9 ริกเตอร์ที่พม่า ลึกจากผิวดิน 10 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน 557 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/107/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเลยวันนี้! พร้อมรับมือภัยพิบัติ</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/105</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/105#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Apr 2011 10:54:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=105</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.thaiquake.com/archives/105"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/105/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กทม.เสี่ยงดินไหว! พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/95</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/95#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2011 08:50:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.เสี่ยงดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวกรุงเทพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[กทม.เสี่ยงดินไหว!พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้ เร่งสืบหวั่นมีพลัง &#8211; เตรียมซ้อมป้องกัน นักวิชาการชี้เร่งสืบรอยเลื่อนตอนใต้ กทม. ไหวหมื่นปีก่อนอาจมีพลัง ‘เจดีย์สามองค์’ เสี่ยงกระทบเมืองหลวง ด้าน ‘กรมทรัพยากรธรณี’เตรียมสำรวจรอยเลื่อน 5 ปี ยันไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิด ขณะที่ ‘สปภ.’ สนองนโยบาย กทม. จัดซ้อมภัยดินไหวตึกสูงตุลาคมนี้ ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ &#8220;ดุสิตโพสต์&#8221; ฉบับล่าสุด เสี่ยงกระทบกรุง : แผนที่ภาคกลาง ซึ่งนักวิชาการและนักธรณีวิทยาต่างระบุว่ามีรอยเลื่อนที่พาดผ่านทางตอนใต้ ของ กทม. โดยมีรอยเลื่อนมีพลังที่ลากมาทางภาคตะวันตกและโดยรอบ(เส้นประสีแดง) กรณี เกิดภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในระยะหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประเมินค่ามิได้ แม้จะมีข้อมูลมากพอ แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร ทั้งนี้ประเทศไทยมีรอยเลื่อนจำนวนมากถึง 12 รอยเลื่อนอยู่ทางภาคตะวันตก &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/95">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กทม.เสี่ยงดินไหว!พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้ เร่งสืบหวั่นมีพลัง &#8211; เตรียมซ้อมป้องกัน</strong></p>
<p>นักวิชาการชี้เร่งสืบรอยเลื่อนตอนใต้ กทม. ไหวหมื่นปีก่อนอาจมีพลัง ‘เจดีย์สามองค์’ เสี่ยงกระทบเมืองหลวง ด้าน ‘กรมทรัพยากรธรณี’เตรียมสำรวจรอยเลื่อน 5 ปี ยันไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิด ขณะที่ ‘สปภ.’ สนองนโยบาย กทม. จัดซ้อมภัยดินไหวตึกสูงตุลาคมนี้</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/194/2194/images/Dusit_Post/fault/CIMG09.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ &#8220;ดุสิตโพสต์&#8221; ฉบับล่าสุด</strong></p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/194/2194/images/Dusit_Post/fault/IMG_8115.jpg" alt="" /><br />
<span id="more-95"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เสี่ยงกระทบกรุง :</strong></span> แผนที่ภาคกลาง  ซึ่งนักวิชาการและนักธรณีวิทยาต่างระบุว่ามีรอยเลื่อนที่พาดผ่านทางตอนใต้ ของ กทม.  โดยมีรอยเลื่อนมีพลังที่ลากมาทางภาคตะวันตกและโดยรอบ(เส้นประสีแดง)</p>
<p>กรณี เกิดภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในระยะหลัง  ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประเมินค่ามิได้  แม้จะมีข้อมูลมากพอ แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร  ทั้งนี้ประเทศไทยมีรอยเลื่อนจำนวนมากถึง 12 รอยเลื่อนอยู่ทางภาคตะวันตก  ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบน  ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะมีรอยเลื่อนที่พาดผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.)  จนกระทั่งมีนักวิชาการได้ค้นพบและเร่งให้สำรวจนั้น</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>กทม.เป็นดินอ่อนสั่นไหวได้ง่าย</strong></span><br />
ดร.ปัญญา  จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงผลกระทบในส่วนพื้นที่  กทม.จากแผ่นดินไหวที่เกิดในระยะหลัง ว่า ทางส่วนของกทม.  ซึ่งมีสภาพเป็นดินอ่อน ย่อมส่งผลในเรื่องของการขยายคลื่น  กทม.เกิดการสั่นไหว เนื่องจากคลื่นแรงสั่นสะเทือนมาถึงใต้ดินในกทม.  ที่มีสภาพพื้นที่เป็นดินอุ้มน้ำทำให้สั่นไหวได้ง่าย ทั้งนี้  ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่ค่อยมีผลต่อเนื่องยาวนาน</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>พบรอยเลื่อนตอนใต้กทม-หวั่นมีพลัง</strong></span><br />
หัว หน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ  กล่าวถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบต่อทางตอนใต้ กทม. ว่า  การสำรวจข้อมูลจากฟิสิกส์ทางอากาศ  พบว่ามีหลายจุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของกทม. โดยเริ่มต้นมาจาก จ.  กาญจนบุรี เข้ามาใกล้กับ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม มายังตอนใต้ของกทม.  พบว่ามันมีรอยเลื่อนชัดเจนอยู่ 1 รอย  ซึ่งมันอาจเข้าไปใกล้ประเทศพม่ารอยเลื่อนนั้นจะเพิ่มความมีพลัง  ซึ่งเรียกรอยเลื่อนนี้ว่า รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์</p>
<p>ดร.ปัญญา  กล่าวต่อว่า  ถ้าพิสูจน์ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าเกิดแผ่นดินไหวประมาณหมื่นปีมา แล้ว เราก็สรุปได้ว่ารอยเลื่อนนั้นมีพลัง  ส่วนรอยเลื่อนที่ผ่านทางตอนใต้กทม. นั้นเรายังไม่รู้ว่ามันมีพลัง  ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาอายุให้ชัดเจนเสียก่อน  แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครศึกษาเพราะใช้งบประมาณที่สูงเกินไป</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>วอนรัฐเร่งศึกษาอาจไหวหมื่นปีก่อน</strong></span><br />
“ผม จะบอกว่ามันมีรอยเลื่อนที่เราไม่ได้ศึกษาแล้วมันมีอยู่ทางตอนใต้ของกทม.  แต่มันอยู่ลึกลงไปให้รัฐรีบทำการศึกษา  มันมีอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าอายุหมื่นปีหรือเปล่า  ถ้ามันมีการไหวตัวครั้งสุดท้ายเมื่อหมื่นปีมาแล้วเราจะถือว่ารอยเลื่อนนั้น มีพลัง มันเหมือนกับเราหักก้านไม้ขีดไฟ   เมื่อเราใส่แรงมากขึ้นจนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง ไม้ขีดไฟรับแรงไม่ได้  สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม้ขีดไฟหัก  ตอนช่วงที่หักตอนนั้นมันก็ปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของคลื่นความสั่น สะเทือน” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ กล่าว</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/194/2194/images/Dusit_Post/fault/IMG_8182.jpg" alt="" /></p>
<p>-  <span style="color: #000000;">ดร.ปัญญา  จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้สัมภาษณ์ถึงรอยเลื่อนที่พาดผ่านตอนใต้ กทม.  พร้อมกำชับทุกปีมีการไว้อาลัยผู้เสียชีวิตให้กำหนดเป็นวันซักซ้อมภัย</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>คาด 3 รอยเลื่อนกระทบ กทม.</strong></span>เมื่อถามว่ารอยเลื่อนใดที่จะมีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อ กทม. ดร.ปัญญา กล่าวว่า  จากที่เราศึกษามาพบว่า ทั้งรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนแม่ปิง  รอยเลื่อนแม่จัน เคยเกิดแผ่นดินไหวที่ประมาณ 7 ริคเตอร์ในอดีตเมื่อประมาณ  1,000 -2,000 ปีมาแล้ว ในความรุนแรงขนาดนี้ อาจจะไม่รุนแรงมาก  แต่ก็ควรให้นักวิศวกรรมออกแบบอาคารที่รับแรงแผ่นดินไหวให้ได้เท่ากับ 7  ริคเตอร์หรือมากกว่า ส่วนอาคารเก่าอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มันรับแรงได้  ในส่วนนี้ถ้าเราจะสร้างอาคารที่รับแรงได้ ต้องเพิ่มงบประมาณ  การสร้างอย่างน้อยร้อยละ 10 ให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>รัฐต้องเร่งสืบยันให้ได้ว่าไม่มีพลัง</strong></span><br />
หัว หน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุว่า &#8220;จุดใต้กทม.  รู้มั้ยว่ามีพลังแน่นอนไม่มีใครรู้เลย แต่รู้มั้ยว่ามีรอยเลื่อนรู้  และต้องทำการศึกษาอย่างน้อย 2 &#8211; 3 ปี งบประมาณที่ 20 ล้านน่าจะอยู่  เพราะมันอยู่ลึกเกินไปแล้วมันไม่รู้ว่าผ่านตรงจุดไหนบ้าง  จากการสำรวจโดยฟิสิกส์ทางอากาศบ่งบอกว่ามันมีรอยเลื่อนอยู่ข้างใต้ยาวไปถึง โซนใหญ่&#8221;</p>
<p>“ภัยธรรมชาติที่เกิดใต้พิภพไม่ว่าอะไรไม่มีทางแก้ไขได้  และไม่มีประเทศไหนรับมือได้ รัฐบาลจะต้องเร่งสืบข้อเท็จจริง  เพื่อกับประชาชนว่าจริงๆแล้วรอยเลื่อนที่อยู่ใต้กทม.ไม่มีพลัง” ดร.ปัญญา  กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #000000;">คนกรุงเข้าใจผิดไม่ใช่ดินไหวในกทม.</span><br />
</strong>ดร.ปัญญา  กล่าวในส่วนความรู้ของคนกทม.ที่มีต่อแผ่นดินไหว ว่า  ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจผิดที่ว่า แผ่นดินไหวใน กทม.  นั้นที่จริงไม่ใช่ต้องบอกว่าแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในกทม.  หมายความว่าจุดเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่ใช่เกิดที่ กทม.  แต่เป็นจุดที่อาจจะมาจาก จ.กาญจนบุรี หรืออาจมาจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง  กทม.</p>
<p>“เราต้องมีการซ้อมหนีไฟทั้งเด็กและผู้ใหญ่  ทุกปีเราก็มีการไว้อาลัยกับผู้ที่เสียชีวิตอยู่แล้ว  ทำไมไม่เป็นวันซักซ้อมเสียเล่า  การเกิดคลื่นแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียในระดับ9 ริคเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา  ทำให้เกิดสึนามินั้น เพราะว่า  มันเกิดในทะเลเราไม่สามารถศึกษาหรือมองจากอากาศก็ไม่ได้  แต่นี่มันเกิดบนบกเราก็สามารถศึกษามันได้” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ  ระบุ</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>กรมทรัพยากรธรณีเผยรอยเลื่อนใกล้กรุง</strong></span><br />
ด้าน  ดร.สุวิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา ระดับ 8 กรมทรัพยากรธรณี  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ผ่าน  “ดุสิตโพสต์”เกี่ยวกับรอยเลื่อน ที่อยู่ใกล้ กทม. ว่า  ขณะนี้ได้สำรวจแล้วพบว่ามีรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้กทม.  ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง ได้แก่รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี  รอยเลื่อนท่าจีน และรอยเลื่อนนครนายก  เป็นรอยเลื่อนกลุ่มเดียวกับรอยเลื่อนองครักษ์  ซึ่งยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจะส่งผลทำให้ กทม. เกิดแผ่นดินไหว ทั้งนี้  ถ้าเกิดแผนดินไหวขึ้นที่ประเทศพม่า ผลกระทบของแผ่นดินไหว  ในรูปแบบของคลื่นแผ่นดินไหวนั้น อาจทำให้กทม.รู้สึก  ถึงแรงสั่นสะเทือนตามไปด้วย  แต่ด้วยระยะทางห่างจากจุดศูนย์กลางที่ประเทศพม่า เป็นระยะ 400 กิโลเมตรนั้น  ผลกระทบก็จะลดลงตามลำดับ</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>ใช้เวลาสำรวจ 5 ปีรอยเลื่อนอันตรายต่อกรุง</strong></span><br />
ดร.สุ วิทย์ กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ทางกรมทรัพยกรธรณี  ได้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผ่นดินไหว  โดยมีการดำเนินโครงการระยะยาว 5 ปี  เพื่อทำการสำรวจและพิสูจน์ทราบถึงรอยเลื่อนที่จะเป็นอันตรายต่อ กทม.  ซึ่งในขณะนี้เรามีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ทางด้านฝั่งตะวันตกของประเทศ  จังหวัดกาญจนบุรี  วัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวที่จะส่งผลต่อ กทม.</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>มั่นใจไม่กระทบต่อเขตพระราชฐาน</strong></span><br />
ต่อ ข้อถามว่าในเขตดุสิตที่เป็นเขตพระราชฐานจะมีผลกระทบหรือไม่จากการสั่นไหว  ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกิด  เรื่องของคลื่นแผ่นดินไหวที่มาใน กทม.  แล้วมีผลกระทบจะต้องเป็นตึกที่มีความสูง 20 ชั้น ถึง 30 ชั้น  ดังนั้นตึกที่มีความสูงต่ำกว่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบ  ตึกที่มีผลกระทบต่อภัยแผ่นดินไหวก็ต่อเมื่อคลื่นแผ่นดินไหวนั้นมาคู่กันพอดี  ถ้าคลื่นมาไม่เท่าความถี่ของธรรมชาติ ตึกจะไม่ได้รับความเสียหาย</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/194/2194/images/Dusit_Post/fault/IMG_8108.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>สำรวจ 5 ปี :</strong> <span style="color: #000000;">ดร.สุ วิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี  ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิดแผ่นดินไหว  พร้อมระบุกรมทรัพยากรธรณีเตรียมสำรวจรอยเลื่อนใต้ กทม. 5 ปี</span></p>
<p><span style="color: #00ccff;"><span style="color: #000000;"><strong>ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอเกิดแผ่นดินไหว</strong></span><br />
</span>“ตอน นี้ทางกรมกรมทรัพยากรธรณี  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้หยุดนิ่งหรือ  รอให้เกิดแผ่นดินไหว เราได้ตั้งจุดสังเกตการณ์  ในประเทศไทยเราเจออย่างมากที่สุดก็ที่จังหวัดกาญจนบุรี  โดยความสั่นสะเทือนวัดได้ 5.9 ริคเตอร์ ในส่วนของกรุงเทพฯ  ถึงแม้ยังไม่เคยมีรายงานเรื่องแผ่นดินไหว  แต่ในจุดนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่ากรุงเทพฯจะปลอดภัยจากการเกิดแผ่นดินไหวหรือ ไม่ เราจำเป็นที่จะต้องศึกษารอยเลื่อนมีพลังทั้ง 3 รอยเลื่อนนี้ต่อไป”  ดร.สุวิทย์ กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #000000;">ผังเมืองเก็บข้อมูลวางแผนฟื้นฟู กทม.</span><br />
</strong>นอก จากนี้ แหล่งข่าวจาก สำนักงานผังเมือง กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ผ่าน  “ดุสิตโพสต์” ในส่วนของนโยบายผังเมืองหลังเกิดแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ใน  กทม. ว่า ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นระหว่างช่วง  ก็จะเก็บข้อมูลมาศึกษา เพื่อจะรองรับเรื่องที่เกิด ทั้งนี้  จะมีแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง ทั้งนี้ ในกรณีถ้าเกิดภัยพิบัติทาง กทม.  ก็จะต้องมอบอำนาจให้เข้าไปปรับปรุงฟื้นฟูตรงเขตที่เกิดภัยพิบัติด้วย  ส่วนใหญ่ภัยพิบัติถ้ามันเกิดแล้วเราจึงเข้าไปดำเนินการได้  โดยเราอาจจะวางผังว่าไม่ให้เขตที่เกิดภัยพิบัตินั้นเป็นเขตที่อยู่อาศัย</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>อาจารย์ภูมิศาสตร์เผยเคยรู้สึกไหวใน มสด.</strong></span><br />
ด้าน อาจารย์รายหนึ่ง ประจำกลุ่มวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  (มสด.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบในส่วนพื้นที่  กทม. ว่า ภาคกลางไม่ใช่หินแข็ง ทั้งนี้ กทม. อดีตเคยเป็นทะเลมาก่อน  การที่มันเป็นพื้นดินเกิดจากแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ท่าจีน ป่าสัก เจ้าพระยา  ซึ่งไหลลงอ่าวไทยแล้วก็พาตะกอนมาทับถม  ตะกอนที่ทับสูงขึ้นจะกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกินเมตรด้วยซ้ำในปัจจุบัน  เพราะฉะนั้น กทม. ถึงน้ำท่วม<br />
เมื่อถามว่า  มสด.เคยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในอดีตหรือไม่ อาจารย์รายเดิม  กล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยมีอยู่ครั้งนานมาแล้วเกือบ 30 ปี  ตนเคยสอนอยู่ที่ห้อง 336 ซึ่งในปัจจุบันนั้นคือห้องคณะวิทยาการจัดการ  นกบินขึ้นพร้อมกันเกือบร้อยตัว  หลังจากนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวแต่ก็เล็กน้อยมาก เพียงครั้งเดียวที่  มสด.รู้สึกถึงผลกระทบจากการสั่นไหว</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>สปภ.เตรียมซักซ้อมภัยดินไหวตุลานี้</strong></span><br />
นาย ธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.)  ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์”  ในส่วนการเตรียมการรับมือและซักซ้อมภัยที่อาจเกิดภัยจากแผ่นดินไหวใน กทม.  ว่า  ขั้นแรกจะพิมพ์เอกสารแจกจ่ายให้กับภาคประชาชนทั่วกทม.1แสนฉบับและพยายาม ประสานกับกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  ซึ่งทางหน่วยงานเหล่านี้จะรับแจ้งว่าเกิดแผ่นดินไหวที่ไหนบ้าง</p>
<p>รองผู้ อำนวยการ สปภ. กล่าวถึงเวลาซักซ้อมภัยแผ่นดินไหว ว่า  เดือนตุลาคมนี้จะมีการซักซ้อมที่กทม.  แต่เราต้องมีการประชุมโดยคณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินใจว่าจะกำหนด วันเวลาใดในการซักซ้อม โดยมี ดร.วัลลภ สุวรรณดี  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เขต อาสาสมัคร หน่วยแพทย์  รวมทั้งหน่วยรักษาความมั่นคงทางทหาร</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>ซ้อมวันเดียวไม่เกินชั่วโมง</strong></span><br />
“ใน การซ้อมที่จะถึงเราก็ต้องบันทึกภาพนำไปให้กรรมการซ้อมใหญ่นำไปพิจารณาถึงข้อ บกพร่องว่ามันมีอะไรบ้างต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง  เราก็เชิญสื่อมวลชนเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาด้วย  และการซักซ้อมต้องมีความกระชับและเป็นขั้นเป็นตอน  โดยใช้เวลาแค่วันเดียวระยะเวลาประมาณไม่เกิน1  ชั่วโมงเราต้องดูสถานการณ์ว่าเกิดความรุนแรงมาก” นายธนิก กล่าว</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>หวั่น ‘ศรีสวัสดิ์’แรง 8.5 ริคเตอร์ทำตึกถล่ม</strong></span><br />
รอง ผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวอีกว่า  รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์เป็นรอยเลื่อนที่เรากลัวมากที่สุด หากมีความรุนแรง 8.5  ริคเตอร์ อาจจะส่งผลมายังกทม.ทำให้ตึกมันถล่มได้ ทั้งนี้  แผ่นดินไหวไม่มีใครคาดการณ์ได้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ จะเข้าไปดำเนินการ นั่นคือความพร้อมของ สปภ.เป็นหน่วยงานหลัก  ซึ่งต้องการที่จะทำให้เกิดความเคยชิน</p>
<p>“เราจะกำหนดโซนทั้งหมดสามโซน  hot zone  คือเหตุที่เกิดรุนแรงคือโซนที่เกิดอันตรายเป็นโซนที่เราไม่สามารถเข้าไปได้ เลย ส่วนต่อมา cold zone เป็นพื้นที่ที่เป็นหน่วยสนับสนุนคือหน่วยแพทย์  หน่วยของอาสาสมัครซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ต่อไปคือส่วนwarm  zoneจะอยู่ชั้นนอกสุด  ประชาชนดูได้แต่ต้องอยู่ไกลจริงตัวนี้เป็นหลักสากลที่ต่างประเทศเขาทำกัน  เราจะทำให้รู้ว่าพอเกิดเหตุจริงประชาชนจะไม่มีสิทธิเข้าไปได้เลยไม่นั้นมัน ก็จะวุ่นวาย  เหตุการณ์ก็จะมีคนที่อาศัยเหตุการณ์ในช่วงนี้เข้าไปลักทรัพย์บ้าง” นายธนิก  กล่าว</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/194/2194/images/Dusit_Post/fault/IMG_8659.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เตรียมซ้อมภัย :</strong> นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  รับนโยบายจาก กทม. เพื่อเตรียมซ้อมภัยครั้งใหญ่ในส่วนของอาคารสูงในพื้นที่  กทม.ที่อาจเกิดผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหวในเดือนตุลาคมนี้</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/194/2194/images/Dusit_Post/fault/CIMG0965.jpg" border="2" alt="" hspace="0" /></p>
<p><strong>หวั่นมีพลัง :</strong> ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ  ชี้จุดรอยเลื่อนลากยาวจากทิ</p>
<p>ศตะวันตกของประเทศมายังตอนใต้ กทม.  หากเคยเกิดแผ่นดินไหวเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนอาจมีพลังได้ (ภาพข่าวหน้า 1จาก  &#8220;ดุสิตโพสต์&#8221;)</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>วราพงษ์ เพ็งรัศมี , phanasGook &#8211; รายงาน</strong></span></p>
<p><strong>ดุสิตโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 67 ประจำเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2550<br />
</strong></p>
<p>หมายเหตุ : ดุสิตโพสต์  เป็นหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติในรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาวารสารศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต<br />
โดย <a href="http://www.oknation.net/blog/phanasGook" target="_blank">phanasGook</a></p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.oknation.net/blog/print.php?id=138477" target="_blank">http://www.oknation.net/blog/print.php?id=138477</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/95/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อควรปฏิบัติกรณีเกิดแผ่นดินไหว</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/86</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/86#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Mar 2011 02:35:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อควรปฏิบัติกรณีเกิดแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำข้อควรปฏิบัติกรณีเกิดแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำวิธีรับมือแผ่นดินไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=86</guid>
		<description><![CDATA[ขณะเกิดแผ่นดินไหว • ไม่ควรตื่นตระหนก พยายามควบคุมสติ เนื่องจากแผ่นดินไหวจะทำให้อาคารสั่นเพียงชั่วครู่และอย่าวิ่งหนีหรืออพยพลง จากอาคารในขณะที่อาคารยังสั่นอยู่ • ห้ามใช้ลิฟท์ขณะแผ่นดินไหว • พยายามอยู่ห่างจากตู้เอกสารที่อาจมีวัสดุหล่นหรือล้มใส่ขณะเกิดแผ่นดินไหว • หลบลงใต้โต๊ะ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งของที่อาจหล่นใส่ขณะเกิดแผ่นดินไหว • หลีกเลี่ยงการหันหน้าเข้าหากระจก กรณีที่อยู่นอกอาคาร ให้อยู่ในที่โล่งแจ้งห่างจากอาคาร สิ่งห้อยแขวนต่างๆ เช่น ป้ายโฆษณาและสายไฟฟ้า ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็ง แรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้ ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/86">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.thaiquake.com/wp-content/uploads/2011/03/land0031.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-93" title="land003" src="http://www.thaiquake.com/wp-content/uploads/2011/03/land0031.jpg" alt="" width="400" height="367" /></a></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ขณะเกิดแผ่นดินไหว</span></strong><br />
• ไม่ควรตื่นตระหนก พยายามควบคุมสติ  เนื่องจากแผ่นดินไหวจะทำให้อาคารสั่นเพียงชั่วครู่และอย่าวิ่งหนีหรืออพยพลง จากอาคารในขณะที่อาคารยังสั่นอยู่<br />
• ห้ามใช้ลิฟท์ขณะแผ่นดินไหว<br />
• พยายามอยู่ห่างจากตู้เอกสารที่อาจมีวัสดุหล่นหรือล้มใส่ขณะเกิดแผ่นดินไหว<br />
• หลบลงใต้โต๊ะ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งของที่อาจหล่นใส่ขณะเกิดแผ่นดินไหว<br />
• หลีกเลี่ยงการหันหน้าเข้าหากระจก กรณีที่อยู่นอกอาคาร  ให้อยู่ในที่โล่งแจ้งห่างจากอาคาร สิ่งห้อยแขวนต่างๆ เช่น  ป้ายโฆษณาและสายไฟฟ้า</p>
<p><strong>ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว</strong></p>
<ol>
<li>อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ  ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน  เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน</li>
<li>ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็ง แรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง  และหน้าต่าง</li>
<li>หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้</li>
<li>ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง</li>
<li>อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น</li>
<li>ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด</li>
<li>ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว</li>
<li>หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง</li>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">หลังเกิดแผ่นดินไหว</span></strong><br />
• ตรวจสอบตนเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ถ้ามี ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน<br />
• รีบอพยพออกจากอาคารทันที  โดยออกไปตามเส้นทางหนีไฟของอาคารและไปรวมกันที่จุดรวมพลที่ปลอดภัย  หากเกิดแผ่นดินไหวตามมา อาคารอาจพังทลายได้<br />
• อพยพออกจากอาคารด้วยความระมัดระวัง  เนื่องจากอาจมีเศษแก้วหรือวัสดุแหลมคมอื่นๆ  และสิ่งหักพังทำให้ได้รับบาดเจ็บ โดยไปตามเส้นทางหนีไฟที่กำหนดไว้<br />
• ออกจากบริเวณที่สายไฟฟ้าขาดและวัสดุที่สายไฟฟ้าพาดถึง<br />
• เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน<br />
• อย่ามุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูงหรืออาคารพัง</p>
<p>คู่มือเตรียมรับมือ<em><em>แผ่นดินไหว</em></em> เราต้องปฎิบัติตนอย่างไร <a rel="nofollow" href="http://t.co/7YO0aWP" target="_blank">http://t.co/7YO0aWP</a> via @<a rel="nofollow" href="http://twitter.com/kapookdotcom" target="_blank">kapookdotcom</a></p>
<p>ที่มาข้อมูล : เว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) <a href="http://www.pea.co.th/th/annoucment/annouce_indetail.php?NID=2868" target="_blank">www.pea.co.th</a><br />
ที่มาข้อมูลภาพ : <a href="http://www.thaicondoonline.com/index.php/topdownload/21-download-manual/142-land-move.html" target="_blank">คู่มือรับมือแผ่นดินไหว</a></ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/86/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องน่ารู้ ประวัติศาสตร์การเกิดแผ่นดินไหวของไทย</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/72</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/72#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Feb 2011 03:51:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=72</guid>
		<description><![CDATA[หากเราเรียนรู้ธรรมชาติกรณีแผ่นดินไหว และได้รับทราบถึงมาตรการการป้องกันภัย การป้องกันตัวเอง การรู้จักแผ่นดินไหวให้มากขึ้น เราจะไม่แตกตื่นและตกใจเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งหากเกิดรุนแรงกว่านี้ ผมคิดว่าจะต้องจ้าละหวั่นและต้องเกิดอุบัติเหตุกันมากกว่านี้แน่นอน ซึ่งต้องยอมรับว่าในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นต้นตำหรับของการป้องกันภัยด้านแผ่น ดินไหวและสึนามิ ซึ่งในช่วงท้ายผมจะนำข้อมูลการเตรียมตัวเผชิญแผ่นดินไหวมาให้ท่านผู้อ่าน ครับ ถึงขณะนี้ ผมขอเสนอว่าต้องจัดเอาภัยแผ่นดินไหว เป็นวาระสำคัญที่ผู้บริหารประเทศ ตลอดจนผู้บริหารเมือง – ท้องถิ่นและประชาชนทุกคนต้องให้ความสำคัญ ไม่น้อยกว่าภัยธรรมชาติอื่น ๆ เพราะสัญญาณที่ส่งออกมาในเรื่องความถี่มีสูงขึ้น เมืองใหญ่ ๆ หัวเมืองที่มีตึกสูงมาก ๆ ต้องให้ความสนใจ ใส่ใจมากเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าในข้อมูลทางวิชาการประเทศไทยจะไม่มีแนวการไหวสะเทือนพาดผ่านเหมือน กับประเทศอินโดนีเซียและพม่า ซึ่งมีแนวเลื่อนขนาดใหญ่พาดผ่านตามแนวขอบเพลต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นได้ เนื่องจากมีรอยเลื่อนที่ยังมีพลัง (Active fault)  ที่ยังมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนเราไม่สามารถประเมินความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่เกิดจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่งผลกระทบมายังประเทศไทย ซึ่งกรณีเมื่อวันที่ &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/72">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/EQCNX/eq28.JPG" alt="" width="433" height="559" /></p>
<p>หากเราเรียนรู้ธรรมชาติกรณีแผ่นดินไหว และได้รับทราบถึงมาตรการการป้องกันภัย  การป้องกันตัวเอง การรู้จักแผ่นดินไหวให้มากขึ้น  เราจะไม่แตกตื่นและตกใจเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2550  ที่ผ่านมา ซึ่งหากเกิดรุนแรงกว่านี้  ผมคิดว่าจะต้องจ้าละหวั่นและต้องเกิดอุบัติเหตุกันมากกว่านี้แน่นอน  ซึ่งต้องยอมรับว่าในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นต้นตำหรับของการป้องกันภัยด้านแผ่น ดินไหวและสึนามิ  ซึ่งในช่วงท้ายผมจะนำข้อมูลการเตรียมตัวเผชิญแผ่นดินไหวมาให้ท่านผู้อ่าน ครับ</p>
<p>ถึงขณะนี้ ผมขอเสนอว่าต้องจัดเอาภัยแผ่นดินไหว เป็นวาระสำคัญที่ผู้บริหารประเทศ ตลอดจนผู้บริหารเมือง –  ท้องถิ่นและประชาชนทุกคนต้องให้ความสำคัญ ไม่น้อยกว่าภัยธรรมชาติอื่น ๆ  เพราะสัญญาณที่ส่งออกมาในเรื่องความถี่มีสูงขึ้น เมืองใหญ่ ๆ  หัวเมืองที่มีตึกสูงมาก ๆ ต้องให้ความสนใจ ใส่ใจมากเป็นพิเศษ  ถึงแม้ว่าในข้อมูลทางวิชาการประเทศไทยจะไม่มีแนวการไหวสะเทือนพาดผ่านเหมือน กับประเทศอินโดนีเซียและพม่า ซึ่งมีแนวเลื่อนขนาดใหญ่พาดผ่านตามแนวขอบเพลต  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นได้  เนื่องจากมีรอยเลื่อนที่ยังมีพลัง (Active fault)  ที่ยังมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>ตลอดจนเราไม่สามารถประเมินความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่เกิดจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่งผลกระทบมายังประเทศไทย ซึ่งกรณีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2550  ที่ผ่านมาพิสูจน์ได้ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตามผมขอนำข้อมูลประวัติศาสตร์การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยมาให้ท่านผู้ อ่านทราบเพื่อจะได้เป็นสถิติเปรียบเทียบ  และเป็นฐานข้อมูลดูเพราะว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้น เมื่อไร ขนาดความรุนแรงเท่าใด ณ จุดไหนได้  แต่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อป้องกันและเตรียมการสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน อนาคตเป็นสิ่งที่ทำได้ครับ</p>
<p><span id="more-72"></span></p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/EQCNX/EQ1.JPG" alt="" width="371" height="280" /></p>
<p><strong>สมัยก่อนสุโขทัย (ก่อน พ.ศ.1781)</strong></p>
<ul>
<li>เมืองแถน (เมืองเดียนเบียนฟูในเวียดนามเหนือ)</li>
<li>หริภุญไชย (ลำพูน) พ.ศ.500 พระมหาปราสาทโอนไปเป็นหลายที</li>
<li>โยนกนคร พ.ศ.480, 481, 510, 515, 1003, 1077</li>
</ul>
<p>พ.ศ.1003</p>
<p>“&#8230;.สุริยะ อาทิตย์ก็ตกไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงเหมือนดั่งแผ่นดินดังสนั่นหวั่นไหว  ประดุจดังว่าเวียงโยนกนครหลวงที่นี้จักเกลื่อนจักพังไปนั้นแล  แล้วก็หายไปครึ่งหนึ่ง ครั้นถึงมัชฌิมยามก็ซ้ำดังมาเป็นคำรบสองแล้วก็หายนั้นแล  ถึงบัวฉิมยาม ก็ซ้ำดังมาเป็นคำรบสาม  หนที่สามนี้ดังยิ่งกว่าทุกครั้งทุกคราวที่ได้ยินมาแล้ว กาลนั้นเวียงโยนกนครหลวงที่นั้นก็ยุบจมลงเกิดเป็นหนองอันใหญ่”</p>
<p><strong>สมัยสุโขทัย (พ.ศ.1781-1893)</strong></p>
<p>“&#8230;&#8230;.เมีย พญาลิไทตั้งจิตอธิษฐานออกผนวชมีจารึกว่า อธิษฐานดังนี้แล้ว  จึงรับสรณาคมต่อพระอุปัชฌาย์ ขณะนั้นแผ่นดินไหวทั่วทุกทิศเมืองสุโขทัย  ครั้นทรงผนวชแล้ว เสด็จลงมาจากพระมหาสุวรรณเหมปราสาท  ทรง ไม้เท้าจรดจรดลด้วยพระบาทสมเด็จพระราชดำเนินไปป่ามะม่วง  ขณะประดิษฐานฝ่าพระบาทลงยังพื้นธรณี  ปฐพีก็หวั่นไหวทั่วทุกทิศหินสาธาเข้าพรรษาวันนั้นจึงเสด็จออกเสวยพระโชรศ  ขณะนั้นไม่ควรเลยสรรพ ไม่เสบยเสพยนานาอากาศดาษ    สุริยะเมฆาจันทร์ปรายต์กับดาราฤกษ์ทั้งปวงยิ่งกว่าทุกวันด้วยฉะนั้น  จึงเสด็จบรรพชาเป็นภิกษุในระหว่างพัทธสีมานั้น  ขณะนั้นนาคราชตนหนึ่งอยู่โดยบุรพทิศเมืองสุโขทัยนั้น ยกพังพานขึ้นสูงพันคน แปรตาไปเฉพาะป่ามะม่วงนั้น  เห็นรอยผลุดพลุ่งกลางอากาศลงต่อแผ่นดิน อนึ่งเวลานั้นได้ยินเสียงระฆังดนตรีดุริยางค์ ไพเราะใกล้โสตสของชนเป็นอันมาก จะพรรณานับมิได้  แต่ บรรดามหาชนที่มาสโมสรสันนิบาตในสถานที่นั้น  ย่อมเห็นการอัศจรรย์ประจักษ์ทุกคน เหตุด้วยเสด็จออกทรงบำเพ็ญพระบารมี  เมื่อทำอัษฎางติกศีล เมื่อฤดูคิมหันต์ไม่มีฝน  ด้วยอำนาจศีลและความอธิษฐานพระบารมีด้วย  ปถวีก็ประวัติกัมปนาทหวาดหวั่นไหว เพทธาราวิรุณหกก็ตกลงมาในฤดูแล้ง แสดงอัศจรรย์สรรเสริญในการสร้างพระบารมี&#8230;&#8230;.”</p>
<ul>
<li>สุโขทัย พ.ศ.1860 สมัยพญาลิไท</li>
<li>สุโขทัย พ.ศ.1905, 1909</li>
<li>เชียงใหม่ พ.ศ.2025,พ.ศ. 2088 ยอดเจดีย์หลวงสูง 86 เมตร พังลงมาเหลือ 60 เมตร</li>
<li>อยุธยา พ.ศ.2048, 2070, 2089, 2127, 2131, 2132, 2228</li>
<li>น่าน พ.ศ.2103เจดีย์หลวง สูง 17 วา กว้าง 10 วา หักพังลง</li>
<li>ย่างกุ้ง, พม่า พ.ศ.2111, 2172พระเจดีย์เมืองร่างกุ้งเกิดความเสียหาย</li>
<li>เชียงใหม่ พ.ศ.2088ยอดเจดีย์หลวงสูง 86 เมตร พังลงมาเหลือ 60 เมตร</li>
</ul>
<p><strong>สมัยอยุธยา (พ.ศ.1893-2311)</strong><strong> </strong></p>
<ul>
<li>กำแพงเพชร พ.ศ.2127</li>
<li>เชียงแสน พ.ศ.2247, 2258, 2260 พ.ศ.2258 พระเจดีย์วิหารหักพังทลาย 4 ตำบล</li>
<li>หงสาวดี, พม่า พ.ศ.2300 ฉัตรยอดพระเจดีย์มุตางหักลงมา</li>
</ul>
<p><strong>สมัยกรุงธนบุรี (พ.ศ.2311-2325)</strong></p>
<ul>
<li>กรุงเทพฯ พ.ศ.2311, 2312</li>
<li>เชียงใหม่ พ.ศ.2317</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/EQCNX/EQ2.JPG" alt="" width="393" height="296" /></p>
<p><strong>สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325-ปัจจุบัน)</strong></p>
<ul>
<li>สมัยรัชกาลที่1 &#8211; หลวงพระบาง พ.ศ.2335 น่าน พ.ศ.2336, 2342, 2344</li>
<li>สมัยรัชกาลที่2 &#8211; มณฑลยูนาน พ.ศ.2367 ประชาชนชาวจีนเสียชีวิต 2,000 คน ,น่าน พ.ศ.2363 ยอดมหาธาตุเจ้าภูเวียงแช่แห้ง ก็หักลงห้อยอยู่</li>
<li>สมัยรัชกาลที่3 กรุงเทพฯ พ.ศ.2375, 2376, 2378 น้ำในแม่น้ำกระฉอกออกมา, พม่า พ.ศ.2382</li>
<li>สมัยรัชกาลที่4 กรุงเทพฯ พ.ศ.2417</li>
<li>สมัยรัชกาลที่5 กรุงเทพฯ พ.ศ.2429, 2430 น่าน พ.ศ.2422</li>
<li>สมัยรัชกาลที่6 กรุงเทพฯ พ.ศ.2455</li>
<li>สมัยรัชกาลที่7 กรุงเทพฯ, อยุธยา, จันทบุรี, พิษณุโลก, ราชบุรี, ปราจีนบุรี พ.ศ.2473ศูนย์กลางอยู่ประมาณเมืองพะโค, พม่า</li>
</ul>
<p><strong>ตำแหน่งเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย</strong><strong> </strong></p>
<ul>
<li>บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำสะโตง ตอนกลางของประเทศพม่า</li>
<li>บริเวณรอยต่อระหว่างประเทศพม่า-ลาว-จีน และไทย</li>
<li>ทะเลอันดามัน หมู่เกาะอันดามัน-นิโคบาร์</li>
<li>พื้นที่ครอบคลุมภาคทะเลอันดามัน เกาะสุมาตรา แผ่นดินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</li>
</ul>
<p><strong>สำหรับ รอยเลื่อนมีพลัง หรือ </strong><strong>Active Fault ในปัจจุบันมีดังนี้ครับ</strong></p>
<ul>
<li>รอยเลื่อนเชียงแสน ความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร  เริ่มต้นจากแนวร่องน้ำแม่จันไปทางทิศตะวันออก ผ่านอำเภอแม่จัน  แล้วตัดข้ามด้านใต้ของอำเภอเชียงแสนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวลำ น้ำเงิน ทางด้านเหนือของอำเภอเชียงของ</li>
<li>รอยเลื่อนแม่จัน ยาวประมาณ 130 กม. ตั้งแต่ปี 2521 ขนาด &gt;3 ริคเตอร์  เกิดตามแนวรอยเลื่อนนี้ 10 ครั้ง / 3 ครั้งมีขนาด &gt;4.5 ริคเตอร์ โดยเฉพาะวันที่ 1 กันยายน 2521 มีขนาด &gt;4.9 ริคเตอร์</li>
<li>รอย เลื่อนแพร่ เริ่มต้นจากด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเด่นชัย  ผ่านไปทางด้านตะวันออกของอำเภอสูงเม่น และจังหวัดแพร่  ไปจนถึงด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอร้องกวาง รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 115 กิโลเมตร รอบ 10 ปีที่ผ่านมา ขนาด 3.4 ริคเตอร์  มากกว่า 20 ครั้ง ล่าสุด ขนาด 3 ริคเตอร์ เมื่อ 10 กันยายน 2533</li>
<li>รอยเลื่อนแม่ทา เป็นรูปโค้งตามแนวลำน้ำแม่วัง และแนวลำน้ำแม่ทาในเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 55 กิโลเมตร การศึกษาอย่างละเอียดเฉพาะ ในปี 2521 มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กอยู่หลายครั้ง</li>
<li>รอย เลื่อนเถิน อยู่ทางทิศตะวันตกของรอยเลื่อนแพร่  ตั้งต้นจากด้านตะวันตกของอำเภอเถินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ  ขนานกับรอยเลื่อนแพร่ไปทางด้านเหนือของอำเภอเถินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ  ขนานกับรอยเลื่อนแพร่ไปทางด้านเหนือของอำเภอวังชิ้น และอำเภอลอง  รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 90 กิโลเมตร 23 ธันวาคม 2521 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.7 ริคเตอร์</li>
<li>รอย เลื่อนเมย-อุทัยธานี  ตั้งต้นจากลำน้ำเมยชายเขตแดนพม่ามาต่อกับห้วยแม่ท้อและลำน้ำปิงใต้จังหวัด ตาก ต่อลงมาผ่านจังหวัดกำแพงเพชร และนครสวรรค์ จนถึงเขตจังหวัดอุทัยธานี  รวมความยาวกว่า 250 กิโลเมตร  เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2476 ไม่ทราบขนาด 23 กุมภาพันธ์ 2518 ขนาด 5.6 ริคเตอร์</li>
<li>รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ อยู่ในลำน้ำแควน้อยตลอดสาย และต่อไปจนถึงรอยเลื่อนสะแกง (Sakaing Fault) ในประเทศพม่า ความยาวของรอยเลื่อนในประเทศไทยกว่า 250 กิโลเมตร ตามลำน้ำแควน้อย และต่อเข้าไปเป็นรอยเลื่อนสะแกง ในประเทศพม่า  เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็ก หลายพันครั้ง</li>
<li>รอย เลื่อนศรีสวัสดิ์ อยู่ทางด้านตะวันตกของรอยเลื่อนเมย &#8211;  อุทัยธานีในร่องน้ำแม่กลองและแควใหญ่ ตลอดขึ้นไปจนถึงเขตแดนพม่า  รวมความยาวทั้งหมดกว่า 500 กิโลเมตร รอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กเกิดขึ้นหลายร้อยครั้ง  ขนาดใหญ่ที่สุด 5.9 ริคเตอร์ เมื่อ 22 เมษายน 2526</li>
<li>รอยเลื่อนระนอง  ตามแนวร่องน้ำของแม่น้ำกระบุรี ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 270 กิโลเมตร 30 กันยายน 2521 มีขนาด 5.6 ริคเตอร์</li>
<li>รอย เลื่อนคลองมะลุ่ย รอยเลื่อนคลองมะรุย ตัดผ่านด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ต  เข้าไปในอ่าวพังงา ตามแนวคลองมะรุย คลองชะอุน  และคลองพุมดวงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนกระทั่งไปออกอ่าวบ้านดอน  ระหว่างอำเภอพุนพินกับอำเภอท่าฉาง รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 150 กิโลเมตรมีรายงานเกิดแผ่นดินไหว 16  พฤษภาคม 2476- 7    เมษายน    2519 &#8211; 17  สิงหาคม    2542 -29  สิงหาคม    2542</li>
</ul>
<p>ส่วนสถิติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งตรวจวัดโดย กรมอุตุนิยมวิทยา มีขนาดอยู่ในระดับเล็กถึงปานกลาง (ไม่เกิน 6.0 ริ คเตอร์)  หากเกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่พอก็จะส่งแรงสั่นสะเทือนมายังประเทศไทย  ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยต่อสิ่งก่อสร้างใกล้ศูนย์กลาง  โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<ul>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 17 ก.พ. 2518 ขนาด 5.6 ริคเตอร์บริเวณ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 15 เม.ย. 2526 ขนาด 5.5 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 22 เม.ย. 2526 ขนาด 5.9 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 22 เม.ย. 2526 ขนาด 5.2 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 11 ก.ย. 2537 ขนาด 5.1 ริคเตอร์ บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 9 ธ.ค. 2538 ขนาด 5.1 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ร้องกวาง จ.แพร่</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 21 ธ.ค. 2538 ขนาด 5.2 ริคเตอร์ บริเวณ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่</li>
<li>แผ่นดินไหวเมื่อ 22 ธ.ค. 2539 ขนาด 5.5 ริคเตอร์ บริเวณพรมแดนไทย-ลาว</li>
<li>เหตุการณ์แผ่นดินไหวรู้สึกได้ในประเทศไทย (2542 &#8211; สิงหาคม 2543)</li>
<li>31 ส.ค. 2542 ใกล้พรมแดนไทย &#8211; ลาว ขนาด 4.8 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ จ.น่าน</li>
<li>3 เม.ย. 2542 ใกล้พรมแดนไทย &#8211; พม่า ขนาด 3.2 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ อ.เชียงแสน จ. เชียงราย</li>
<li>29 มิ.ย. 2542 ในประเทศพม่าขนาด 5.6 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ จ.เชียงราย</li>
<li>15 ส.ค. 2542 ตอนใต้ของประเทศพม่าขนาด 5.6 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ จ.เชียงใหม่</li>
<li>17 ส.ค.2542 บริเวณทะเลอันดามันขนาด 2.1 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ จ.ภูเก็ตและพังงา</li>
<li>29 ส.ค. 2542 บริเวณทะเลอันดามันขนาด 2.1 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ จ.ภูเก็ตและพังงา</li>
<li>20 ม.ค. 2543 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขนาด 5.9 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่<br />
จ.น่าน แพร่ พะเยา เชียงราย มีความเสียหายที่ จ.น่านและแพร่</li>
<li>14 เม.ย. 2543 ที่พรมแดนลาว &#8211; เวียดนาม ขนาด 4.9 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ จ.สกลนคร</li>
<li>29 พ.ค. 2543 บริเวณอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ขนาด 3.8 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่ อำเภอเมือง อ.สันกำแพง และ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่</li>
<li>7 ส.ค. 2543 บริเวณพรมแดนไทย &#8211; พม่าขนาด 3.0 ริคเตอร์ รู้สึกได้ที่บริเวณอำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน<strong> </strong></li>
<li><strong>สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว แบ่งเป็น </strong><strong>2 อย่าง  คือ</strong></li>
</ul>
<p>1. เกิดจากธรรมชาติ  (NATURAL  EARTHQUAKE)</p>
<p>2. เกิดจากการกระทำของมนุษย์  (INDUCED  SEISMICITY)</p>
<p>แผ่นดินไหวที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ (INDUCED  SEISMICITY)</p>
<p>- การเก็บกักน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่</p>
<p>- การทดลองระเบิดปรมาณู/ระเบิดนิวเคลียร์</p>
<p>- การระเบิดจากการทำเหมืองแร่</p>
<p>- การสูบน้ำใต้ดินมาใช้มากเกินไป</p>
<p>- การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ</p>
<p>- การเก็บขยะนิวเคลียร์ใต้ดิน</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในประเทศไทย<br />
</strong>ข้อมูลทางธรณีวิทยารายงานว่า สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย  เกิดจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีแหล่งกำเนิดจากภายนอกประเทศ  ส่งแรงสั่นสะเทือนมายังประเทศไทย โดยมีแหล่งกำเนิดบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน  พม่า ลาว ทะเลอันดามัน ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา  โดยบริเวณที่จะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้แก่ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพฯ</p>
<p>โดยบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อภัยแผ่นดินไหวสูงในประเทศไทย ได้แก่</p>
<p>1. บริเวณอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว ตามแนวรอยเลื่อนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือและตะวันตก</p>
<p>2. บริเวณที่เคยมีประวัติหรือสถิติแผ่นดินไหวในอดีตและมีความเสียหายเกิดขึ้น  จากนั้นเว้นช่วงการเกิดแผ่นดินไหวเป็นระยะเวลานานๆ  จะมีโอกาสการเกิดแผ่นดินไหว ที่มีขนาดใกล้เคียงกับสถิติเดิมได้อีก</p>
<p>3. บริเวณที่เป็นดินอ่อนซึ่งสามารถขยายการสั่นสะเทือนได้ดี เช่น  บริเวณที่มีดินเหนียวอยู่ใต้พื้นดินเป็นชั้นหนา  บริเวณที่ลุ่มหรืออยู่ใกล้ปากแม่น้ำ เป็นต้น โดยเฉพาะแถบจังหวัดนนทบุรี  อยุธยา ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา  เนื่องจากชั้นดินมีความอ่อนตัวมากกว่าแถบอื่น</p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/326/2326/images/EQCNX/EQ8.JPG" alt="" width="421" height="594" /></p>
<p><strong>สมศักดิ์ โพธิสัตย์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี</strong> ชี้ให้เห็นว่า  ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่แนวตะเข็บของเปลือกโลกที่เกิดแผ่นดินไหว  ซึ่งมีโอกาสที่จะขยับตัวได้  แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อไร  และจากการสำรวจทำแผนที่บริเวณเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในปี 2548 ของกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามี 4 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยมากที่สุด คือ กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงราย โดยมีความเสี่ยงที่ 7-8 เมอร์ คัลลี่ เพราะเป็นพื้นที่ใกล้รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์  ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ที่สำคัญ  ผลกระทบอาจทำให้อาคารที่มั่นคงตามปกติเสียหายได้</p>
<p>ส่วนจังหวัดรองลงมา ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคใต้ อาทิ สุราษฎร์ธานี พังงา  กระบี่ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา น่าน ลำปาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร  โดยจะมีความเสี่ยงที่ 5-7 เมอร์คัลลี่ ซึ่งจะทำให้อาคารที่สร้างอย่างมั่นคงตามปกติเสียหายเล็กน้อย ส่วนที่ปลอดภัยมากที่สุด คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>
<p><strong>ขนาดของพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา </strong><strong>(Magnitude)มาตราริคเตอร์</strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"> </span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"> </span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"> </span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ขนาด</span><span style="text-decoration: underline;">ความสั่นสะเทือน</span></p>
<p>1 &#8211; 2.9    สั่นไหวเล็กน้อย</p>
<p>3 &#8211; 3.9    ผู้คนในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน</p>
<p>4 &#8211; 4.9     สั่นไหวปานกลาง ผู้คนทั้งในและนอก</p>
<p>อาคารรู้สึกวัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว</p>
<p>5 &#8211; 5.9  สั่นไหวรุนแรง เครื่องเรือน วัตถุมีการเคลื่อนที่</p>
<p>6 &#8211; 6.9  สั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มพังเสียหาย</p>
<p>7.0 ขึ้นไป  สั่นไหวร้ายแรง อาคารพังเสียหายมาก</p>
<p>แผ่นดินแยกวัตถุถูกเหวี่ยงกระเด็น</p>
<p>ขนาดตามมาตราริคเตอร์ ถ้าค่าต่างกัน 1 ระดับจะมีพลังงานต่างกัน 31 เท่า  กล่าว คือ ระดับ 4 จะมีระดับความสั่นสะเทือนเสียหายมากกว่าระดับ 3 ถึง 31 เท่า  แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยวัดได้ คือ ขนาด 9 ริคเตอร์</p>
<p><strong>ลักษณะการเกิดแผ่นดินไหว<br />
</strong>การเกิดแผ่นดินไหวจะประกอบด้วยการสั่นสะเทือนที่มีขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า Mainshocks หนึ่งครั้ง  ติดตามด้วยการสั่นสะเทือนเล็กๆ อีกหลายครั้งที่เรียกว่า Aftershocksในบางครั้งอาจมีการสั่นสะเทือนเล็กๆ เกิดขึ้นก่อนหน้า เรียกว่า Foreshocksการสั่นสะเทือนเป็นระลอกดังกล่าว อาจเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จนถึงหลายวันได้ คลื่นแผ่นดินไหว (Seismic wave)แบ่งเป็น 3 ประเภท</p>
<p>(1.) P-waves หรือ Primary waves (คลื่นปฐมภูมิ)</p>
<p>(2.) S-waves หรือ Secondary waves (คลื่นทุติยภูมิ)</p>
<p>(3.) Surface waves (คลื่นพื้นผิว)</p>
<p>ที่มาข้อมูล: <a href="http://www.oknation.net/blog/akom/2007/05/17/entry-2">http://www.oknation.net/blog/akom/2007/05/17/entry-2</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/72/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะนำวิธีรับมือและเตรียมความพร้อมรับหากเกิดแผ่นดินไหว</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/77</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/77#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Feb 2011 03:15:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมความพร้อมรับแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำวิธีรับมือแผ่นดินไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=77</guid>
		<description><![CDATA[แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเฮติ จะมิได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แต่ก็สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนชาวไทยไม่น้อย ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นสัญญาณเตือนทางธรรมชาติครั้งสำคัญ ที่กระตุ้นให้มวลมนุษยชาติเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวี ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบสภาพความเสี่ยงแผ่นดินไหวของไทย พบว่า ประเทศไทยตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวจำนวน ๑๓ รอยเลื่อน พาดผ่านพื้นที่ ๒๒ จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันตก โดยจังหวัดที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวมากที่สุด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ส่วนจังหวัดที่เสี่ยงภัยรองลงมา ได้แก่ สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา น่าน ลำปาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อความปลอดภัยขอแนะนำวิธีรับมือและการปฏิบัติตนให้ถูกต้องและปลอดภัยจาก แผ่นดินไหวให้กับประชาชน ดังนี้ ก่อนเกิดแผ่นดินไหว ตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของบ้านและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ทำการยึดอุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/77">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเฮติ จะมิได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย  แต่ก็สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนชาวไทยไม่น้อย  ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นสัญญาณเตือนทางธรรมชาติครั้งสำคัญ ที่กระตุ้นให้มวลมนุษยชาติเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวี ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-80" title="Haiti-Earthquake-12Jan2010_0" src="http://www.thaiquake.com/wp-content/uploads/2011/02/Haiti-Earthquake-12Jan2010_0.jpg" alt="" width="550" height="340" />จากการตรวจสอบสภาพความเสี่ยงแผ่นดินไหวของไทย พบว่า  ประเทศไทยตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวจำนวน ๑๓  รอยเลื่อน พาดผ่านพื้นที่ ๒๒ จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคใต้  และภาคตะวันตก โดยจังหวัดที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวมากที่สุด ได้แก่ กาญจนบุรี  ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ส่วนจังหวัดที่เสี่ยงภัยรองลงมา ได้แก่  สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา น่าน ลำปาง  รวมทั้งกรุงเทพมหานคร  เพื่อความปลอดภัยขอแนะนำวิธีรับมือและการปฏิบัติตนให้ถูกต้องและปลอดภัยจาก แผ่นดินไหวให้กับประชาชน ดังนี้</p>
<p><strong>ก่อนเกิดแผ่นดินไหว</strong><br />
ตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของบ้านและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ  ทำการยึดอุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น ตู้ ชั้นหนังสือ  ไว้กับพื้นหรือผนังบ้านอย่างแน่นหนา ไม่วางสิ่งของไว้บนหลังตู้หรือที่สูง  ศึกษาการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง วิธีปิดวาล์วแก๊ส วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น  และจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน  รวมถึงเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและปลอดภัย  เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา</p>
<p><strong>ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว</strong><br />
ตั้งสติให้มั่น อย่าตื่นตระหนกตกใจ ให้หาที่หลบกำบังในจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรง  หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งของที่มีโอกาสหล่นลงมาหรือวัสดุตกใส่  ถ้าอยู่นอกอาคาร ให้อยู่ห่างจากอาคารสูง เสาไฟฟ้า  หรือต้นไม้ใหญ่ให้มากที่สุด เพื่อป้องกันสิ่งปลูกสร้างล้มทับ  หากอยู่บริเวณชายทะเลและได้รับประกาศแจ้งเตือน  ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงหรืออยู่ห่างจากชายฝั่งให้มากที่สุด  เพราะอาจเกิดสึนามิได้ ผู้ที่อยู่ในรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ  รอจนกระทั่งแผ่นดินไหวสงบลง ไม่ควรจอดรถใกล้อาคาร สะพาน เสาไฟฟ้า  หรือไหล่ถนน เพราะอาจเกิดแผ่นดินถล่ม</p>
<p>ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงให้หลบอยู่บริเวณจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรง  และอยู่ห่างจากประตู หน้าต่างที่มีลักษณะเป็นกระจกหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟท์และบันไดหนีไฟในการหนีออกจากตึก เนื่องจากโครงสร้างของตึกอาจได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว  ห้ามจุดเทียน ไม้ขีดไฟ หรือประกอบกิจกรรมที่ทำให้เกิดประกายไฟ  เพราะอาจมีแก๊สรั่วไหลอยู่บริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้  และควรหาที่หลบให้พ้นจากสิ่งของหล่นทับ เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรืออยู่ชิดใต้เสารอจนกว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวสงบลงจึงค่อยออกจากตึก</p>
<p><strong>หลังจากแผ่นดินไหวสงบลง</strong><strong> </strong><br />
ตรวจสอบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่  ถ้าพบผู้ได้รับบาดเจ็บให้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น  และรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที  เพราะอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคทำให้อาคารถล่มลงมาได้ ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น  เพื่อป้องกันเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่นๆ แทงจนได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบสายไฟ  ท่อน้ำ ท่อแก๊ส หากแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส และยกสะพานไฟ  ห้ามอยู่ใกล้บริเวณที่มีสายไฟขาดหรือวัสดุสายไฟพาด เพราะอาจโดนไฟฟ้าดูด  และเปิดวิทยุรับฟังคำแนะนำฉุกเฉิน  ตลอดจนหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์โดยไม่จำเป็น  ไม่เข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูงหรืออาคารที่เสี่ยงต่อการถล่มลงมา  เพราะอาจได้รับอันตรายได้ ที่สำคัญ อย่าหลงเชื่อข่าวลือ  ควรติดตามรับฟังประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น</p>
<p>จะเห็นได้ว่าแม้แผ่นดินไหวจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถคาดการณ์ระยะ เวลาการเกิด และสถานที่เกิดได้  แต่การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงและ ความสูญเสีย ดังนั้น  ทุกคนจึงควรศึกษาและเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยจากแผ่นดินไหว  เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา</p>
<p><strong>ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าภัยพิบัติเป็นเรื่องใกล้ตัว  โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว ต้องตั้งสติให้มั่น  ปฏิบัติตามคำแนะนำในข้างต้นอย่างเคร่งครัด  จะช่วยลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้ในระดับหนึ่ง</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ที่มา </strong>: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/77/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แผ่นดินไหวในลาว 4.7 ริกเตอร์ สะเทือนถึงไทย</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/61</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/61#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Feb 2011 02:20:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวแผ่นดินไหว]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวที่ประเทศลาว]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหวลาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 22.53 เกิดแผ่นดินไหวในลาว 4.7 ริกเตอร์ สะเทือนถึงไทยในจังหวัด แพร่ น่าน เลย อุดรฯ หนองคาย และหนองบัวลำภู ประชาชนสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง แผ่นดินไหวรู้สึกได้ที่บริเวณประเทศลาว เมื่อเวลา 22.53 ได้เกิดแผ่นดินไหว มีศูนย์กลางอยู่บริเวณแขวงไซยะบุลี ประเทศลาว ที่ละติจูด 18.82 องศาเหนือ ลองจิจูด 101.74 องศาตะวันออก ความลึกระดับผิว 40 กิโลเมตร ขนาด 4.7 ริกเตอร์ ละติจูด : &#8230; <a href="http://www.thaiquake.com/archives/61">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 22.53 เกิดแผ่นดินไหวในลาว 4.7 ริกเตอร์ สะเทือนถึงไทยในจังหวัด แพร่ น่าน<br />
เลย อุดรฯ หนองคาย และหนองบัวลำภู ประชาชนสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้</p>
<div id="attachment_65" class="wp-caption aligncenter" style="width: 568px"><img class="size-full wp-image-65 " title="GFZ Potsdam - Earthquake Bulletin" src="http://www.thaiquake.com/wp-content/uploads/2011/02/GFZ-Potsdam-Earthquake-Bulletin.jpg" alt="" width="558" height="709" /><p class="wp-caption-text">ภาพการสั่นสะเทือนสะจังหวัดในไทย น่าจะ 55 km ห่างจากประเทศไทย</p></div>
<p>นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง แผ่นดินไหวรู้สึกได้ที่บริเวณประเทศลาว<br />
เมื่อเวลา 22.53 ได้เกิดแผ่นดินไหว มีศูนย์กลางอยู่บริเวณแขวงไซยะบุลี ประเทศลาว ที่ละติจูด 18.82<br />
องศาเหนือ ลองจิจูด 101.74 องศาตะวันออก ความลึกระดับผิว 40 กิโลเมตร ขนาด 4.7 ริกเตอร์<br />
ละติจูด : 18° 55&#8242; 12&#8221; เหนือ ลองจิจูด : 101° 27&#8242; 00&#8221; ตะวันออก โดยศูนย์กลาง 55 กิโลเมตร<br />
ห่างจาก อ.แม่ริม จ.น่าน โดยรู้สึกสั่นไหวได้ ในบางพื้นที่ของไทย อาทิ จังหวัดแพร่ น่าน เลย อุดรธานี<br />
หนองคาย และหนองบัวลำภู ขณะเดียวกันยืนยันมีการยืนยันว่าเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ไม่เกิดอาฟเตอร์<br />
ช็อคแต่อย่างใดเนื่องจากเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลาง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุดังกล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำพูและ<br />
หนองคาย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะ ที่เกิดเหตุนั้นอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สภานีตำรวจ และรู้สึกว่าเก้าอี้<br />
ที่นั่งสั่นและโยกเล็กน้อย โดยเหตุเกิดเร็วมากเพียง 5 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ได้มีประชาชนจำนวนมากโทรมา<br />
สอบถามจำนวนมาก ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งก็ได้แจ้งให้ประชาชนทราบว่าเกิดแผ่นดินไหวและให้ประชาติดตาม<br />
ข่าวสาร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย</p>
<p>โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ส่งผลให้อาคารในโรงพยาบาลเลย สั่นสะเทือนอย่างแรง<br />
เป็นเวลาประมาณ 5 วินาที สร้างความแตกตื่นให้กับบรรดาผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก พากันวิ่งหนี<br />
ออกมาจากตัวอาคาร ขณะที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อนน้ำหมานตอนบน อ.เมืองเลย ห่างจากตัวจังหวัดไป<br />
ประมาณ 10 กิโลเมตรซึ่งเป็นสถานที่ติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวอัตโนมัติ หลังจากมีสัญญาณเตือน<br />
แผ่นดินไหวดังขึ้น ทางผู้นำหมู่บ้านและนายก อบต. ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมอพยพประชาชนที่อยู่บริเวณ<br />
อ่างเก็บน้ำดังกล่าวออก จากพื้นที่โดยด่วนเพื่อความปลอดภัย</p>
<p>ภาพประกอบ : <a href="http://geofon.gfz-potsdam.de/db/eqpage.php?id=gfz2011dtzm&amp;from=rss" target="_blank">http://geofon.gfz-potsdam.de/db/eqpage.php?id=gfz2011dtzm&amp;from=rss</a><br />
ที่มา: <a href="http://hilight.kapook.com/view/56466" target="_blank">http://hilight.kapook.com/view/56466</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/61/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุการณ์แผ่นดินไหวทั่วโลกล่าสุด</title>
		<link>http://www.thaiquake.com/archives/42</link>
		<comments>http://www.thaiquake.com/archives/42#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Jan 2011 08:42:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ThaiQuake</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiquake.com/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[ที่มาข้อมูล: สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><iframe width="600" scrolling="no" height="300" frameborder="0" align="center" src="http://www.thaiquake.com/mapquake.html"></iframe></td>
<p>ที่มาข้อมูล: <strong><a href="http://www.seismology.tmd.go.th/" target="_blank">สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว</a> <a href="http://www.tmd.go.th/index.php" target="_blank">กรมอุตุนิยมวิทยา</a></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiquake.com/archives/42/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

